องค์มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ บวงสรวงครั้งยิ่งใหญ่กับ อาจารย์ประกาย ณ สงขลา

เมื่อ 14 ส.ค. 2561 อ่าน 238 ครั้ง

องค์มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ บวงสรวงครั้งยิ่งใหญ่กับ อาจารย์ประกาย ณ สงขลา
 ในตำนานนี้กล่าวว่า ณ เวลาหนึ่งมีฤาษีชื่อว่า อณิมาณฑวย (อะ-นิ-มาน-ดับ-วยะ) ฤาษีตนนี้กำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญตบะอยู่ ขณะนั้นได้มีกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่ง กำลังหนีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมืองผ่านมาทางนั้นพอดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ตามมาอย่างกระชั้นชิดและเห็นฤาษีนั่งบำเพ็ญอยู่ สอบถามเรื่องใดๆฤาษีซึ่งกำลังอยู่ในฌานสมาธิจึงไม่ได้ปริปากพูดใดๆออกมาเลย จนฝ่ายเจ้าหน้าที่คิดว่าฤาษีตนนี้อาจเป็นโจร จึงได้จับตัวมาฤาษีลงโทษและถูกเจ้าเมืองแห่งนั้นสั่งให้ต้องโทษประหารชีวิต โดยเสียบด้วยตรีศูลไว้บนยอดเขาแต่ฤาษีซึ่งขณะนั้นยังไม่ตาย ได้มีสตรีชื่อว่า นางศีลวตี มีสามีชื่อ "อุครศรวัส" กำลังแบกสามีให้โดยให้ขี่คอของตน และเดินทางผ่านมาบริเวณเขาลูกนั้นโดยมีจุดหมายปลายคือหานาง อนุสูรยา อันเป็นเพื่อนรัก บังเอิญมีฝนตกหนักจนเป็นผลทำให้เดินทางยากลำบาก ฝ่ายสามีได้กล่าวโทษฤาษี (อณิมาณฑวย) ว่าเป็นต้นเหตุทำให้ฝนตกหนัก ฤาษีซึ่งยังไม่ตายได้ยินเข้า เกิดความไม่พอใจ แม้ฤาษีอยู่ภาวะใกล้ตาย แต่ก็แข็งใจสาปแช่งให้ศีรษะของอุครศรวัส (สามี) แตกเป็นเจ็ดเสี่ยงเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น แต่นางศีลวตีได้ยินคำสาปแช่งนั้นเข้า เกิความคิดไม่ยอมให้สามีเป็นเช่นคำสาปนั้น และได้ตั้งจิตอธิษฐานขออย่าให้พระอาทิตย์ขึ้นอีกเลย ซึ่งคำอธิษฐานนั้นได้ผล ทำให้พระอาทิตย์ไม่ขึ้นอีกเลย จึงเดือดร้อนกันไปทั่วทั้งสามโลก เหตุการณ์ดังกล่าวล่วงไปถึง พระพรหม พระศิวะ พระนารายณ์ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่แนวทางแก้มีอยู่ว่าต้องให้นางศีลวตีถอนคำอธิษฐาน เมื่อเป็นเช่นนั้นมหาเทพทั้งสามพระองค์จึงได้รีบเสด็จไปหานางอนุสูยาทันใด เพื่อบอกกล่าวให้นางไปอ้อนวอนนางศีลวตีเพื่อถอนคำอธิษฐานนั้น ในระหว่างที่มหาเทพทั้งสามไปพบนางอนุสูยา สามีของนางคือ "อรตี" ไม่อยู่ จากนั้นจึงได้ออกอุบายทำทีว่าขออาหารจากนาง ซึ่งนางยอมทำตามแต่โดยดี และฝ่ายมหาเทพทั้งสามมีเงื่อนไขว่านางจะต้องจัดอาหารไปให้โดยปราศจากเสื้อผ้าอาภรณ์ ซึ่งในสมัยนั้นเชื่อกันว่าหญิงใดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ต่อหน้าผู้อื่นที่ไม่ใช่สามีตน จะถูกกล่าวหาเป็นผู้ภรรยาผู้ไม่มีความซื่อสัตย์ แต่นางก็ไม่อยากผิดคำสัญญาที่ให้ไว้แต่ต้น และคำอ้อนวอนหรือขอร้องนี้ดูแปลกประหลาดย่อมมิใช่คนธรรมดาแน่นอน หรืออาจเป็นกลลวง เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางจึงนึกถึงสามีตน และตั้งจิตอธิษฐานว่าสิ่งที่นางได้กระทำไปนั้น ไม่ใช่ทำเพื่อการยั่วยวนหรือฝักใฝ่กามราคะ เมื่อทั้งมหาเทพทั้งสามพระองค์ร้องขอออกมาว่า "โอ้มาตา โปรดให้อาหารแก่เราเถอะ" ทำให้นางตัดสินใจคิดเสียว่าทั้งมหาเทพทั้งสามพระองค์คือ บุตรของนาง ด้วยมีใจเมตตานางจึงถอดเสื้อผ้าออก ทันใดนั้นมหาเทพทั้งสามพระองค์ ก็กลายร่างเป็นทารกน้อยทั้งสามพระองค์ นางอนุสูยาจึงได้ให้ให้น้ำนมและอาหารแก่ทารกน้อยนั้นจนอิ่มแล้วหลับในที่สุด ฝ่ายสามีของนางอนุสูยาเมื่อกลับมาและรับทราบเรื่องราวแล้วจึงเข้าไปดูและปลุกทารกเหล่านั้นขึ้นมาเพื่อชื่นชม ทันใดนั้นทารกน้อยทั้งสามก็กลายร่างเป็นมหาเทพทั้งสามเหมือนเดิม และทั้งสามพระองค์ได้ทรงชื่นชมนางที่มีจิตใจเมตตา และขอร้องให้นางอนุสูยาไปบอกกล่าวแก่นางศีลวตี เพื่อให้ถอนคำอธิษฐานไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้นนั้น และสามีของนาง (อุครศรวัส) ก็จะไม่ตายตามคำสาปแช่งของฤาษีตนนั้น ฝ่ายนางศีลวตีเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วได้ยินยอมถอนคำอธิษฐานนั้น เมื่อเสร็จภาระกิจแล้วมหาเทพทั้งสาม ได้ถามแก่นางอนุสูยาว่าต้องการขอพรสิ่งใดจากพระองค์ ซึ่งนางได้ทูลขอให้มหาเทพทั้งสามพระองค์มาเกิดเป็นบุตรของนางในภายภาคหน้า แล้วนางก็ได้รับพรนั้นตามคำขอ หลังจากนั้นพระนารายณ์ได้มาเกิดเป็นพระทัตตาเตรยะ พระศิวะมาเกิดเป็นทุรวาสัส ส่วนพระพรหมได้เกิดเป็นพระจันทร์

เลือกภาษาที่ท่านต้องการ